วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Review : รีวิว Nokia Lumia730 สมาร์ทโฟนเซลฟี่ หน้าสวยได้ในราคาไม่ถึงหมื่น !!!

ตามมาชมบทความรีวิวมือถือสาร์ทโฟนกัน สมัยนี้อะไรๆก็เซลฟี่ จะทำอะไรก็ต้องเซลฟี่ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วอัพลงโซเชียล และน้องแป้งเชื่อว่าเพื่อนๆหลายๆคนเซลฟี่เสร็จแล้ว ก่อนที่จะอัพลงโซเชียลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น instagram หรือ facebook ก็ตามแต่ จะต้องมีการแต่งรูปผ่านแอพฯกันสักนิดก่อนใช่มั้ยหล่ะ เพราะน้องแป้งก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันนนน 555555 แหมมม ในวันที่หน้าเราไม่พร้อมเราก็อยากจะถ่ายรูป แต่จะให้โพสต์รูปหน้าแย่ๆลงไปคงจะทำใจไม่ได้เป็นแน่ :P
วันนี้น้องแป้งมีสมาร์ทโฟนที่เหมาะแก่การเซลฟี่มากกกกก เหมือนเจ้าสมาร์ทโฟนตัวนี้เกิดมาเพื่อเซลฟี่โดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ ทีนี้เราก็จะมีหน้าสวยโดยไม่ต้องไปพึ่งพาหลายๆแอพฯกันเลยน้ะจ้ะ
สมาร์ทโฟนตัวนี้มีชื่อว่า Nokia Lumia730 นั่นเองค่าาา เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่เพิ่งคลอดออกมาจากNokia เจ้าเก่านะฮ้าาาา เจ้า Nokia Lumia730 ตัวนี้ ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสมาร์ทโฟนเซลฟี่ตัวนึงเลยนะเธออออ 
ดีไซน์ Nokia Lumia730 
 Nokia Lumia730 มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่อง 134.70 x 68.50 มม. ความหนาของตัวเครื่อง 8.7 มม.ส่วนน้ำหนัก 130 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปเลย ถือพอดีมือพกพาสะดวกด้วย เวลาใส่กระเป๋ากางเกงก็ไม่ค่อยรู้สึกหนักเลยหล่ะ 
ด้านหน้ามาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1280x720 Pixels จอแสดงผลแบบ ClearBlack OLED ถือว่าให้สีสันสดใสใช้ได้เลยหล่ะ ดูหนังหรือดูการ์ตูนที่มีสีสันเยอะๆได้สบายยยยยย
ด้านหน้าข้างบนจะมีกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และลำโพงสำหรับสนทนา
 
ด้านหน้าข้างล่างจะมี  ส่วนปุ่มทัชสกรีนสามปุ่มคือ ปุ่ม back , ปุ่ม home และปุ่มค้นหา 
ด้านบนมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม.
ด้านล่างมีช่องเสียบ MicroUSB 
ด้านขวามีปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง และปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง
ด้านซ้ายไม่มีปุ่มอะไรเลย
ด้านหลังมีกล้องหลังความละเอียด 6.7 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED 
ด้านล่างมีช่องลำโพง
ฝาหลังสามารถถอดเปลี่ยนได้ เจ้า Nokia Lumia730 นี้ก็รองรับการใช้งานสองซิมด้วยนะ และยังมีช่องให้ใส่MicroSD card เพิ่มได้ถึง 128 GB เชียวนะเธออออ
การใช้งาน Nokia Lumia730
มาพูดถึงสเปค Nokia Lumia730 กันก่อนดีกว่า สำหรับเจ้า Nokia Lumia730 ก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการWindows Phone 8.1 CPU Snapdragon400 Quad-Core 1.2GHz  RAM 1 GB  หน่วยความจำภายใน 8 GB และสามารถเพิ่ม MicroSD card ได้สูงสุดถึง 128 GB
ในส่วนของการใช้งานทั่วๆไปไม่ว่าจะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ดู Youtube ก็สามารถตอบสนองความต้องการของเราได้อย่างดีทีเดียว เวลาเข้าเว็บไซต์ก็ไม่มีอาการกระตุกให้หงุดหงิดใจเลยหล่ะ 
เล่นเกมทั่วไปหรือเกมที่มี effect เยอะๆ ก็สามารถทำได้ดีทีเดียวเลยหล่ะ เท่าที่น้องแป้งได้ทดสอบเล่นเกมก็ยังไม่พบอาการกระตุกแต่อย่างใดเลยหล่ะ
คีย์บอร์ดภาษาอังกฤษ และ คีย์บอร์ดภาษาไทยของ Nokia Lumia730
เจ้า Nokia Lumia730 ก็มาพร้อมกับ กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังมีความละเอียด6.7 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลชค่าาา  สำหรับจุดขายของเจ้า Nokia Lumia730 นี่ก็อยู่ที่กล้องหน้านี่แหละ ที่สามารถ Selfie หน้าสวยได้ แถมยังถ่าย Wefie ได้หลายๆคน เพราะมาพร้อมกับเลนส์มุมกว้าง โว้ววววว~  ไปดูภาพถ่ายจากกล้องหน้ากันเลยดีกว่า ดูสิว่าจะฟรุ้งฟริ้งขนาดไหนนนนน ขยิบตา
ภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Nokia Lumia730 
ในส่วนของแอพฯที่ติดมาให้กับเครื่อง Nokia Lumia730 และเป็นจุดขายของเค้าเลยนั่นก็คือ Lumia Selfieนั่นเองค่าาา อย่างที่น้องแป้งได้บอกไปตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้า Nokia Lumia730 ตัวนี้เกิดมาเพื่อ Selfie เลยหล่ะ 
 
ในส่วนของ Lumia Selfie นั้นเป็นแอพฯสำหรับถ่าย Selfie โดยเฉพาะเลยหล่ะ เราสามารถที่จะหน้าสวยได้โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมให้เจ็บหน้า หรือพึ่งแอพฯให้เสียเวลาเลยยยยย จูบ
 
เมื่อเราถ่ายรูปปุ้ป แอพฯ Lumia Selfie ก็จะทำการสแกนหน้าเราโดยอัตโนมัติ และปรับหน้าเราให้เรียวงาม แถมผิวขาวเนียนสุดๆอีกต่างหาก ถ้าเรายังไม่พอใจเราก็สามารถไปปรับเพิ่มเติมได้อีกด้วยน้าาาา  แถมยังมีฟิลเตอร์ให้เราเลือกอีกมากมาย
 
ภาพซ้าย : ยังไม่ได้ใช้แอพ Lumia Selfie , ภาพขวา : ใช้แอพ Lumia Selfie
ภาพซ้าย : ยังไม่ได้ใช้แอพ Lumia Selfie , ภาพขวา : ใช้แอพ Lumia Selfie
และจุดเด่นของกล้องหน้า Nokia Lumia730 ตัวนี้ยังมีอีก นั่นก็คือเซลฟี่เป็นหมู่คณะ หรือเรียกอีกอย่างว่าWefie นั่นเอง สามารถถ่ายภาพกับเพื่อนๆหลายๆคนโดยที่หน้าเพื่อนๆไม่ตกขอบกันเลยหล่ะเธออออออ
ภาพถ่าย Wefie จากกล้องหน้า Nokia Lumia730 
ภาพถ่าย Wefie จากกล้องหน้า Nokia Lumia730
ถ้าคิดว่ากล้องหน้ายังชัดไม่พอ เราสามารถใช้กล้องหลัง Selfie ได้เหมือนกัน เพราะจะมีระบบตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ เมื่อใบหน้าของเราอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว จะมีเสียงเตือนเพื่อถ่ายค่าาาาา  
ส่วนกล้องหลังก็มาพร้อมกับความละเอียด 6.7 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช น้องแป้งลองถ่ายดูแล้วววว ชัดสุดๆเลยหล่ะ :P
  
มีโหมดการถ่ายภาพให้เราเลือกมากมาย
ภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Nokia Lumia730
 
ภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Nokia Lumia730
 
ภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Nokia Lumia730 (โหมดระยะใกล้)
สรุปการใช้งาน Nokia Lumia730 
สำหรับ Nokia Lumia730 ตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่เน้นการ Selfie อย่างมากเลยหล่ะ เพื่อนๆที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนดีดี แถมเซลฟี่แล้วสวยเลย ก็ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนละหล่ะ เพราะเจ้า Nokia Lumia730 ตัวนี้ตอบโจทย์คนรักการ Selfie อย่างจริงจังเลยนะ 55555 มาพร้อมกับแอพ Lumia Selfie ที่เนรมิตรหน้าเราให้สวยใสฟรุ้งฟริ้งสุดๆไปเลย >_< หรือถ้าเพื่อนเยอะ จะชวนมาถ่ายเซลฟี่ด้วยกันก็หมดห่วงเรื่องจะเก็บหน้าคนไม่ครบเลยหล่ะ เพราะกล้องหน้ามาแบบเป็นเลนส์มุมกว้าง สามารถถ่ายภาพ Wefie ได้สบ้ายยย และยังแชร์ลงโซเชียลได้อย่างสะดวกสบายเสียจริงนะเธอ นอกจากนั้นยังรองรับการใช้งานสองซิมอีกด้วย ใครที่มีสองเบอร์ก็ไม่ต้องพกโทรศัพท์หลายเครื่อง สำหรับเพื่อนๆที่สนใจก็สามารถหาซื้อ Nokia Lumia730 ได้ตาม shop Nokia ทุกสาขา ราคามือถือสมาร์ทโฟน Nokia Lumia730 เพียง 8,790 บาทค่าาาา 
ข้อดี
-ตัวเครื่องจับถนัดมือพกพาสะดวก
-หน้าจอเป็นกระจก Corning Gorilla Glass 3 ซึ่งสามารถป้องกันแรงกระแทก และรอยขีดข่วนได้
-รองรับการใช้งานสองซิม
-รองรับการใช้งาน 3G ได้ครบทุกคลื่นความถี่ 850/900/1900/2100 MHz
-รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ Full HD 1080p ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง-กล้องหน้ามีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล และเป็นเลนส์กว้างเหมาะแก่การ Wefie ถ่ายภาพหลายๆคนได้สบาย
-มีแอพฯ Lumia Selfie ติดมาให้กับตัวเครื่อง สามารถเนรมิตรให้หน้าสวยได้อย่างง่ายดาย
ข้อสังเกต
-ตัวเครื่องเป็น Polycarbonate เวลาจับถืออาจจะลื่นมือไปนิด แต่เวลาใช้งานจริงๆก็ต้องซื้อเคสมาใส่แหละเนอะ :P
เช็คสเปค Nokia Lumia730 เพิ่มเติมได้ที่ >> Spec Nokia Lumia730 
ขอบคุณบทความจาก : Pang Poko TechXcite

IT: Sony เปิดตัว Xperia Aquatech Store ร้านขายมือถือ, แท็บเล็ตใต้น้ำทะเล!

ไหนๆก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตกันน้ำเบอร์ต้นๆของโลกแล้วก็ว่าได้สำหรับค่าย Sony ที่มีผลิตภัณฑ์ตระกูล Sony Xperia ที่สามารถกันน้ำได้ออกมาขายกันเป็นจำนวนมาก ถ้าอย่างนั้นจะดีกว่าไหมถ้าเกิด Sony จะเปิดช็อปใหม่ที่มีชื่อว่า Xperia Aquatech Store ซึ่งจะเป็นร้านขายมือถือและแท็บเล็ตใต้น้ำเป็นเจ้าแรกๆในวงการก็ว่าได้มั้งเนี่ย!?
โดยมีรายงานข่าวจากเว็บไซต์ XperiaBlog เปิดเผยว่าช็อป Xperia Aquatech Store ดังกล่าวนั้นจะเปิดสาขาแรกในโลกที่เมือง Dubai ในวันที่ 3 ธันวาคม 2014 นี้ ซึ่งตัวร้านนั้นจะตั้งอยู่ใต้ทะเลลึกลงไปประมาณ 4 เมตรและมีทีมงานนักประดาน้ำผู้ชำนาญการคอยดูแลเหล่าลูกค้าและพาไปยังช็อปดังกล่าวที่เขาบอกว่า "สามารถยืนและหายใจได้ตามปกติ" และจะมีโอกาสทดลองเล่นสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต Sony Xperia ใต้น้ำกันได้อย่างเต็มที่ครับ 
ก็เอาเป็นว่าใครสนใจอยากทดลองประสบการณ์ใหม่ในการใช้งาน Sony Xperia ก็ลองแวะเวียนไปชมกันได้แถบทะเล Dubai ปลายปีนี้ครับ :)
ขอบคุณบทความจาก: ป๋าเอก TechXcite

iPhone 6: รวมฮิต 300 ภาพ iPhone 6 โค้งงอกับปัญหา #Bendgate ในคลิปเดียว! (มีคลิป)

iPhone 6 อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite เขาบอกว่าเวลาซื้ออัลบั้มเพลงให้ซื้ออัลบั้มรวมฮิตจะคุ้มค่ากว่า ถ้าอย่างนั้นหากจะติดตามข่าวเกี่ยวกับปัญหา Bendgate หรืออาการตัวเครื่องโค้งงอของ iPhone 6 และiPhone 6 Plus ที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะนั้นก็ควรดูจากคลิปนี้ของทีมงาน One oftheNine ที่พี่แกอุตสาหะไปรวบรวมภาพ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus โค้งงอกว่า 300 ภาพทั่วโลกมารวบรวมไว้เป็นคลิปเดียวกันพร้อมเพลงประกอบจำเริญใจให้ทุกท่านได้นั่งชมกันไปเพลินๆนะครับแหม่...
โดยก่อนหน้านี้ Apple เคยบอกมาว่ามีเพียงแค่ 9 กรณีเท่านั้นที่ได้รับการรับรองว่าเป็น iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่มีปัญหาเครื่องโค้งงอเองจริงๆ อย่างไรก็ตามก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพอคลิปนี้ออกไปแล้วกระแสตอบรับทั้งจากฝั่งที่สนับสนุนและคัดค้านนั้นจะออกมาเป็นอย่างไรบ้างเหมือนกันแฮะ :3


ขอบคุณบทความจาก: ป๋าเอก TechXcite

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Sony Xperia Z3 ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนกันน้ำ พร้อมแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ยาวนานสุดๆ !!

สวัสดียามบ่ายๆมาพบกับรีวิวมือถือสมาร์ทโฟนตัวใหม่ๆกัน วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเรือธงปลายปีของทาง Sony กับ Sony Xperia Z3 นั่นเอง ถึงแม้ว่าเมื่อต้นปีทาง Sony เพิ่งจะเปิดตัว Xperia Z2 ไปหมาดๆ ยังไม่ทันครบปีก็ปล่อยเรือธงตัวใหม่อย่าง Xperia Z3 ออกมาตามแผนเรียบร้อย (ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่า Sony จะเปิดตัวเรือธงตัวใหม่ทุกๆ 6 เดือน) เรามาติดตามกันดีกว่าว่าเจ้า Xperia Z3 นั้นมีอะไรโดดเด่นไปจากรุ่นก่อนมากน้อยแค่ไหน :D
ด้านดีไซน์ของ Xperia Z3
มาเริ่มกันที่ดีไซน์ภายนอกกันก่อนเลย Xperia Z3 นั้นยังคงมาพร้อมกับดีไซน์แบบ Omni Balance ที่ทาง Sony ภูมิใจ คือใช้กระจกทั้งด้านหน้าและหลัง ให้ความหรูหราและสวยงามสุดๆ น้ำหนักของตัวเครื่องอยู่ที่ 154 กรัม
Xperia Z3 มาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full-HD ที่มาพร้อมเทคโนโลยี X-Reality for Mobile ให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้าง แถมยังสามารถใช้งานกลางแดดจ้าได้สบายๆด้วยความสว่างสูงสุดที่ 600 nits
ส่วนด้านด้านข้าง บริเวณเฟรมก็จะใช้เป็นโลหะเสริมความแข็งแกร่งเข้าไปอีก ซึ่งบน Xperia Z3 นั้นมีการเปลี่ยนดีไซน์ของขอบเครื่องให้โค้งมนรับรูปมือมากขึ้น ให้ความรู้สึกในการจับถือที่ดีกว่าบนรุ่นก่อนๆที่เป็นเหลี่ยมๆ สำหรับ Xperia Z3 นั้นมาพร้อมความบางเพียง 7.3 มม.เท่านั้น
ส่วนเรื่องพอร์ทต่างๆก็ถูกออกแบบมาให้เนียนกับตัวเครื่องมากกว่าเดิม เวลาเปิด-ปิดพอร์ทก็รู้สึกถึงความแน่นหนา ไม่หลุดง่ายๆ
ด้านบนของหน้าจอจะมีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือน , ลำโพงสำหรับสนทนา (ใช้เป็นลำโพงหลักของตัวเครื่องด้วย) , ตัวเซ็นเซอร์วัดแสง , เซ็นเซอร์วัดระยะ และกล้องหน้าความละเอียด 2.2 ล้านพิกเซล
ส่วนด้านล่างของหน้าจอก็จะมีเพียงลำโพงตัวที่ 2 ของตัวเครื่อง ซึ่งภายใจะมีไมโครโฟนอยู่ด้วย
ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีพอร์ทสำหรับใส่ Micro-SD การ์ด และ ซิมการ์ด (แบบ Nano-SIM) และปุ่มกดส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านขวามือของตัวเครื่องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ปุ่ม Power , ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Shutter
ส่วนด้านซ้ายก็จะมีพอร์ท Micro-USB , พอร์ท Magnetic Charging (พอร์ทแม่เหล็กสำหรับชาร์จกับ Docking) และรูสายคล้อง
ด้านบนมีพอร์ทหูฟัง 3.5 มม. และไม่โครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน
ด้านหลังของตัวเครื่องก็อย่างที่บอกไว้ว่าเป็นกระจกทั้งแผ่น ให้ความหรูหราได้เป็นอย่างดี ส่วนตำแหน่งการวางก็จะคล้ายๆกับรุ่นก่อนๆคือมีเลนส์กล้อง Sony G Lens ความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซลอยู่มุมซ้ายบนของตัวเครื่อง ถัดลงมาจะมีแฟลช LED และโลโก้ NFC 
สเปคของ Xperia Z3
Xperia Z3 นั้นมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 801 ( MSM8974AC) Quad-core 2.5 GHz , หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 330 GPU , แรม 3 GB , ความจำภายในให้มาที่ 16 GB (เพิ่ม Micro-SD ได้สูงสุด 128 GB) และแบตเตอรี่ขนาด 3100 mAh 
ในเรื่องการเชื่อมต่อทาง Sony ก็จัดมาให้เต็มเหนี่ยว (ก็เรือธงนี่เนอะ) ไม่ว่าจะเป็น NFC , Bluetooth 4.0 , รองรับ 3G ทุกคลื่นความถี่ในไทย , 4G LTE ก็รองรับด้วย
ซอฟแวร์และการใช้งานเบื้องต้น
Xperia Z3 นั้นจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 Kitkat ตัวล่าสุดครอบด้วย Xperia UI เวอร์ชั่นล่าสุด
โดย Xperia UI บน Xperia Z3 นั้นจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไอคอนให้มีขนาดใหญ่ขึ้นมาจากรุ่นก่อนเล็กน้อย นอกนั้นก็ไม่ค่อยจะแตกต่างจากรุ่นก่อนมากนัก ยังคงความเรียบง่ายและความลื่นไหลไว้เป็นอย่างดีครับ
มี Small Apps ให้ใช้อยู่ในหน้า Recent Apps ให้เราสามารถใช้งาน Pop-Up Windows ของพวกแอปต่างๆได้ อาทิ แอปเครื่องคิดเลข , เบราเซอร์ , ปฏิทินเป็นต้น
แอพพลิเคชั่นเสริมจากทาง Sony ก็มีติดมาให้เพียบเลย อาทิ Sony Select , What's New , Xperia Lounge ที่ช่วยอัพเดทเรื่องของแอปใหม่ๆ แอปเอกสิทธิเฉพาะของทาง Sony Xperia เป็นต้น
ฟีเจอร์ Smart Connect ให้เราสามารถตั้งค่าการใช้งานการเชิ่อมต่อตามอุปกรณ์ อาทิ พอเราเสียบหูฟัง ก็สามารถตั้งให้เปิดเพลงอัตโนมัติเลย หรือเวลาชาร์จแบตฯจะตั้งให้เปิด-ปิด Wi-fi เป็นต้นครับ
การใช้งานเบื้องต้นของ Xperia Z3 ก็ถือว่าทำได้ลื่นไหลดี ไม่ว่าจะเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต , เล่นโซเชี่ยล เน็ตเวิร์คก็ถือว่าราบลื่นดี ตัวคีย์บอร์ดที่ให้มากับเครื่องก็ใช้งานง่าย มีฟีเจอร์ Swipe ด้วย แต่การวางตำแหน่งบางตัวอาจจะมีสลับกันบ้าง
ความสามารถกันน้ำบน Xperia Z3
แน่นอนว่าความสามารถกันน้ำกันฝุ่นนั้นเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโฟนเรือธงของ Sony Xperia ไปแล้ว ซึ่ง Xperia Z3 นั้นก็มาพร้อมกีบความสามารถกันน้ำกันฝุ่นที่มาตรฐาน IP68 ที่สามารถกันน้ำได้ที่ความลึก 1.5 เมตรเป็นเวลา 30 นาที นั่นเองครับ
ความบันเทิงบน Xperia Z3
มาต่อกันที่เรื่องของความบันเทิงบน Xperia Z3 กันบ้าง ด้วยหน้าจอ IPS ความละเอียด Full-HD ที่ให้สีสันที่สวยสมจริง ก็ทำให้เวลาดูไฟล์วีดีโอใหญ่ๆความละเอียดสูงๆได้อย่างเต็มตาเต็มใจดีเหลือเกิน แถมยังมีการปรับแต่งหน้าจอด้วยรูปแบบ X-Reality for Mobile หรือ Super Vivid โหมดเพื่อเร่งค่าความอิ่มตัวของสีเข้าไปอีกด้วย เรียกว่าในเรื่องของหน้าจอแสดงผลนั้นทำได้ยอดเยี่ยมสมกับที่โฆษณาไว้เลยล่ะครับ
ส่วนเรื่องของการฟังเพลงก็แน่นอนว่ามาพร้อมกับแอป Walkman แอปฟังเพลงชั้นยอดบนเครื่อง Sony Xperia อยู่แล้ว มีการปรับแต่งให้เลือกมากมายทั้ง Clear Audio+ , Dynamic normalizer หรือ Sound Effects ที่มีให้เลือกปรับ Equalizer ตามต้องการ ระบบ DSEE HX ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฟังเพลงด้วยหูฟังให้ใกล้เคียงกับ High-Res Audio เลย เรียกได้ว่าเรืองของคุณภาพเสียงนั้นก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันครับ
ทดสอบประสิทธิภาพของ Xperia Z3
มาวัดประสิทธิภาพของ Xperia Z3 ผ่านแอปยอดนิยมอย่าง AnTuTu Benchmark กันเถอะ และผลทดสอบคะแนนก็ออกมาที่ 41658 คะแนนครับผม
การเล่นเกมบน Xperia Z3
มาดูเรื่องการเล่นเกมบน Xperia Z3 กันบ้าง แน่นอนว่าสเปคระดับนี้ก็คงจะไม่ต้องห่วงเรื่องการเล่นเกมมากเท่าไหร่ล่ะนะ ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 801 Quad-core 2.5 GHz ที่ถึงแม้จะไม่ได้เป็นตัวท็อปที่สุดในตลาดตอนนี้แล้วก็ตาม แต่เรื่องการเล่นเกมนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากมาย เลยลองทดสอบด้วยเกมใหญ่ๆอย่าง Modern Combat 5 , Asphalt 8 ,Spider-man Unlimited และ Real Boxing ดู
ผลการทดสอบก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล กราฟิกที่แสดงผลออกมานั้นครบถ้วนดีมากเลย
กล้องถ่ายภาพบน Xperia Z3
มาดูต่อกันที่เรื่องของกล้องถ่ายภาพกันบ้าง Xperia Z3 นั้นมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียดเท่ากับรุ่นก่อน (Xperia Z1 , Z2) ที่ 20.7 ล้านพิกเซล แต่อย่าคิดว่าตัวเลขพิกเซลเท่าเดิมแล้วคุณภาพกล้องจะเดิมๆนะ บนXperia Z3 นั้นมีการเปลี่ยนชิ้นเลนส์ใหม่ที่มีช่วงเลนส์กว้างกว่าเป็น 25 มม. (จากเดิม 28 มม.) และมีการปรับปรุงชิ้นเลนส์ให้มีขนาดบางลงจนสามารถยัดลงมาในขนาดเครื่องที่บางขนาดนี้ได้โดยเลนส์กล้องไม่นูนออกมา :P
ส่วนเรื่องโหมดก็มีให้เลือกปรับกันมากมายเลย อาทิ Superior Auto , Manual , Sound Photo , AR Fun , Multi Camera , Face in , 4K Video , Timeshift Video , Live on Youtube , Background Defocus , AR Effect , Creative Effect , info-eye , Timeshift Burst , Social Live , Sweep Panorama (เยอะไหมล่ะ ? 555)
หรือถ้ายังไม่พอก็ยังสามารถโหลดเพิ่มเติมได้อีกนะ
ทั้งนี้ค่าเริ่มต้นโหมดกล้องของ Xperia Z3 นั้นจะเป็น Superior Auto ซึ่งความละเอียดสูงสุดของโหมดนี้จะอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซลเท่านั้น ถ้าอยากได้ที่ความละเอียดสูงสุด 20.7 ล้านพิกเซล ต้องปรับเป็น Manual เอาน่ะครับ เอาเป็นว่าลองไปดูตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Xperia Z3 กันเล้ยยย :D
โดยรวมถือว่าใช้งานได้ง่าย เพราะตัวโหมด Superior Auto นั้นจะจับและวิเคราะห์โหมดเอาเองว่าภาพนั้นๆจะต้องปรับแบบไหน ทำให้แค่กดถ่ายอย่างเดียวได้เลย ไม่ต้องปรับแต่งเยอะ แต่ปัญหาเดิมๆของกล้องบนสมาร์ทโฟน Xperia ก็ยังคงอยู่อย่างเรื่องการโฟกัสที่ตัวกล้องจะต้องทำการโฟกัส ซ้ำอีกครั้งเสมอๆทั้งๆที่โฟกัสครั้งแรกติดแล้ว ทำให้เสียงเวลาไปพอสมควรเลยทีเดียว (ตรงนี้อาจแก้ปัญหาด้วยการใช้ปุ่ม Shutter แทน)
โหมด AR Effect
โหมด Backfround Defocus หน้าชัดหลังเบลอตามสมัยนิยม
ส่วนกล้องหน้านั้นมาพร้อมกับความละเอียด 2.2 ล้านพิกเซล ซึ่งคุณภาพโดยรวมก็ถือว่าพอใช้ได้ ส่วนมุมมองก็ไม่ได้กว้างมาก ถือว่าพอถ่ายเล่นๆกับเพื่อนได้ล่ะครับ ><
ส่วนเรื่องการบันทึกวีดีโอก็สามารถบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุดที่ 4K UHD เลยทีเดียว 
หรือจะถ่ายแบบ Slomotion ก็ทำได้ด้วยโหมด Timeshift video โดยเราสามารถจุดที่จะให้ Slomotion ได้ตามภาพด้านบนนี้เลยครับ 
ตัวอย่างการถ่าย Slomotion จากโหมด Timeshift Video
โดยรวมแล้วตัวกล้องถ่ายภาพและบันทึกวีดีโอก็ถือว่าทำได้ดี แต่พอใช้งานไปสักพักแล้วเครื่องเกิดอาการร้อนขึ้นหนักๆก็อาจจะทำให้ไม่สามารถถ่ายภาพหรือวีดีโอได้ต่อเลย เพราะตัวแอปจะดีดออกมาทันทีครับ ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นข้อเสียสำคัญเลยล่ะ = ="
การใช้งานแบตเตอรี่บน Xperia Z3
ปิดท้ายด้วยเรื่องของการใช้งานแบตเตอรี่ของ Xperia Z3 กันเลย โดยต้องเกริ่นก่อนว่าในรุ่นนี้ทาง Sony เคลมไว้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีแบตเตอรี่อึดพอที่จะสามารถใช้งานได้ 2 วันเลยทีเดียว และหลังจากทดลองใช้งานมา ก็พบว่าแบตเตอรี่นั้นอึดได้ใจจริงๆ จากการทดสอบเล่นอินเทอร์เน็ตต่อเนื่อง ถ่ายรูปบ้าง เล่นเกมนิดหน่อย เปิดแสงหน้าจอประมาณ 60% โดยรวมถือว่าอยู่ได้ทั้งวันสบายๆ ยิ่งถ้าเล่นไม่หนักมาก 2 วันก็เอาอยู่ แถมถ้าเผื่อฉุกเฉินจริงๆก็ยังมีโหมด Stamina Mode ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้อึดขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าการจัดการระบบแบตเตอรี่ทำได้ดีมาก ส่วนเรื่องความร้อนก็มักจะพบบ้างเวลาเล่นหนักๆบริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง (แต่เวลาร้อนนี่ก็ร้อนเอาเรื่องเหมือนกันครับ - -")
สรุปผลการทดสอบ Xperia Z3
สรุปแล้ว Sony Xperia Z3 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีความครบเครื่องเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของดีไซน์ของตัวเครื่องที่มีความสวยงามและหรูหรา แถมงานประกอบยังดูแข็งแกร่งด้วยกรอบเครื่องแบบโลหะและกระจกกันรอยทั้งหน้าและหลัง ในส่วนของสเปคนั้นก็ถือว่าจัดเต็มมาไม่แพ้ค่าอื่นๆด้วยหน้าจอ IPS ขนาด 5.2 นิ้วให้ความคมชัดสูง หน่วยประมวลผล Snapdragon 801 Quad-core 2.5 GHz , แรม 3 GB เป็นต้น ความบันเทิงก็จัดมาเต็มตามสไตล์ Sony ในเรื่องของการถ่ายภาพก็ถือว่าทำได้ดีเลยกับกล้องหลังความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซล จะถ่ายภาพนิ่งหรือบันทึกภาพเคลื่อนไหวก็ทำได้ดี (Timeshift Video ถ่ายสนุกมาก 55) ราคาค่าตัวของเจ้า Xperia Z3 นั้นอยู่ที่ 23,990 บาทครับโผมมมม !!
ทิ้งท้าย
โดยรวมแล้ว Xperia Z3 นั้นถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องไม่น้อย ทั้งในเรื่องดีไซน์และประสิทธิภาพโดยรวม แต่หากมองในเรื่องการอัพเกรดของสเปคและหน้าตาจากเรือธงรุ่นก่อนที่เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนอย่าง Xperia Z2 แล้วก็ถือว่ายังมีการอัพเกรดที่ไม่เยอะเท่าที่ควร ทั้งเรื่องหน่วยประมวลผลที่มีการอัพความเร็วขึ้นมานิดหน่อย หรือดีไซน์ที่มีการปรับเปลี่ยนไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ส่วนต่างของทั้ง 2 รุ่นนี้ก็ห่างกันอยู่หลายพันบาทเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณของแต่ละคนด้วยล่ะครับนะ
จุดเด่น
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.2 นิ้ว แสดงผลได้สวยงามดูดีทีเดียว
  • บอดี้สวยงามเพรียวบาง วัสดุงานประกอบเนี้ยบตามสไตล์ Sony
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • รองรับ 4G LTE
  • การจัดการระบบแบตเตอรี่ที่ดี สามารถใช้งานตลอดทั้งวันสบายๆ
  • กล้องหลังความสามารถหลากหลายทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว
จุดสังเกต
  • กล้องมีอาการดีดตัวเมื่อเกิดอาการร้อนมากๆ
  • สเปคอาจจะไม่ต่างจากรุ่นก่อน (Xperia Z2) เท่าที่ควร
เช็คสเปคสมาร์ทโฟน Sony Xperia ได้ที่นี่ >> Catalog
เช็คสเปค เปรียบเทียบ มือถือ รุ่นอื่นได้ที่นี่ >> Catalog

ขอบคุณบทความจาก : เฮียแม๊พ TechXcite